จาก Pet Friendly สู่ Pet-Inclusive บ้านควรออกแบบอย่างไร
หัวใจของคนรักสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นพ่อหมาหรือว่าแม่แมว เราต่างต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเสมอ ตั้งแต่อาหารการกิน ไปจนถึงการดีไซน์จัดที่ทางในบ้านให้เกิดเป็น Pet Space หรือ Pet Home ที่ให้พื้นที่ ‘บ้าน’ ได้เป็นของเขาด้วยเหมือนกัน บทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคำว่า ‘Pet-inclusive’ นโยบายเพื่อให้สัตว์เลี้ยง และเจ้าของได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไม่ใช่แค่บ้าน แต่ยังหมายถึงที่เช่าอาศัยอย่างคอนโด และอพาร์ทเมนต์ ที่เป็นการต่อยอดความรักจาก ‘Pet Friendly’ คำที่ทุกคนคุ้นชินกันเป็นอย่างดี
Pet Friendly vs Pet-Inclusive ต่างกันอย่างไร
หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Pet Friendly ซึ่งหมายถึงสถานที่หรือบ้านที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ในช่วงหลังเริ่มมีอีกแนวคิดหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอย่าง Pet-Inclusive ที่ไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นเพียงผู้มาอาศัยร่วมกัน แต่เป็นสมาชิกของบ้านที่ควรถูกคำนึงถึงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย แล้วสองแนวคิดนี้แตกต่างกันอย่างไร และบ้านแบบไหนที่ตอบโจทย์ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้จริง
ทำไมบ้านยุคใหม่ต้องก้าวไปสู่ Pet-inclusive
ไลฟ์สไตล์คนเมือง การอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง และปัญหาที่เกิดเมื่อบ้านไม่รองรับพฤติกรรมสัตว์ : พูดกันในปี 2026 ต้องบอกว่า Urban People คนที่อยู่ในเมืองตัดสินใจที่จะมีลูกน้อยลง และเลือกที่จะให้ความรักนั้นไปกับสัตว์เลี้ยงแทน ไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยก็หาที่เช่าสำหรับแนวคิด Pet-inclusive ได้ยากมาก จนมีการวิจัยของโครงการ Pet-Inclusive Housing Initiative (PIHI) ออกมาอย่างน่าเศร้าว่า
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกิดข้อจำกัดเรื่องของน้ำหนัก และสายพันธุ์สัตว์ใหญ่ ซึ่งมีแค่ 8% ของผู้ให้เช่าอาศัยเท่านั้นที่ยอมรับในเรื่องนี้ หรือถ้าที่ไหนยอมรับได้ก็จะชาร์จค่าใช้จ่ายเพิ่ม และสิ่งนี้เองที่นำไปสู่ปัญหาการแอบเลี้ยงสัตว์ในอพาร์ทเมนต์หรือคอนโดมาเสมอ ทำให้ทั้งบ้าน และที่เช่าอาศัยควรแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้แล้ว
หลักคิดของการออกแบบบ้านแบบ Pet-inclusive
เพราะว่าบ้านคือพื้นที่ร่วมของหลายชีวิต
บ้านในฝันของนโยบาย Pet-inclusive housing ก็คือบ้านที่เปิดรับสัตว์เลี้ยงแบบไม่จำกัดสายพันธุ์ และน้ำหนัก และเมื่อเป็นคอนโดกับอพาร์ทเมนต์ก็จะต้องไม่เป็นพื้นที่เก็บค่าใช้จ่ายแพงเกินจริงสำหรับเรื่องนี้
ความปลอดภัย ความสบาย และพฤติกรรมตามธรรมชาติ
องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อสัตว์เลี้ยง Animal Welfare League of Alexandria (AWLA) พบว่ามีสัตว์ถูกนำมาทิ้งสูงขึ้นเพราะว่าปัญหาขาดแคลนที่อยู่อาศัยแบบ Pet-inclusive ส่งผลให้เกิด ‘สัตว์จร’ บ้างอยู่ตามถนนเพราะคนเลี้ยงใจร้าย และมีส่วนน้อยที่โชคดีมีคนที่พร้อมรับไปเลี้ยงต่อไป
การออกแบบที่ลดความเครียดของสัตว์เลี้ยง
ไม่ต่างกับคนเลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในพื้นที่ปิดที่มองไม่เห็นทิวทัศน์อะไรเลยของการแอบเลี้ยง หรืออยู่ในบ้านที่ไม่ได้ออกแบบพื้นที่มาเพื่อพวกเขา ก็ทำให้เกิดความเครียด และพฤติกรรมก้าวร้าวตามมา
องค์ประกอบสำคัญของบ้าน Pet-Inclusive
พื้นที่ และผังบ้าน
จริง ๆ แล้วการออกแบบบ้านแบบ Pet-Inclusive ไม่ต่างกับการออกแบบบ้านที่ดีสักหลังให้คนอยู่อาศัย ทั้งผังบ้านที่ไม่อึดอัดอาจจะเป็นหลังคาที่ไม่เตี้ยเกินไป แสงลอดผ่านเข้ามาได้ มีหน้าต่างที่ถ่ายเทอากาศที่ดี พร้อมกับมองเห็นวิวทิวทัศน์ตลอดเวลา สำคัญเลยคือสัตว์ทุกชนิดไม่เว้นแต่แมวที่หวงพื้นที่ส่วนตัว ต้องการพื้นที่กว้างทั้งเพื่อให้ตัวเองวิ่งเล่น รวมถึงได้จับจองมุมโปรดเป็นของตัวเอง
วัสดุ และพื้นผิว และความปลอดภัย
การเลือกวัสดุภายในบ้านก็มีบทบาทสำคัญต่อบ้านแบบ Pet-Inclusive เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่น พื้นผิวที่ไม่ลื่นจนทำให้สัตว์เลี้ยงเดินแล้วเกิดปัญหาสุขภาพ รวมถึงการหลีกเลี่ยงมุมแหลมคมหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง และทำให้เจ้าของบ้านสามารถใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาได้อย่างสบายใจมากขึ้น
สุขภาวะของสัตว์เลี้ยง
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือพื้นที่สำหรับดูแลสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะห้องน้ำของสัตว์เลี้ยง ที่ควรถูกจัดวางอย่างเหมาะสม นอกจากต้องเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแล้ว การดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการเลือกตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น เพื่อป้องกันการสะสมของกลิ่น ความสกปรก หรือเชื้อโรค ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสัตว์เลี้ยง และคนในบ้านสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างถูกสุขลักษณะ และสบายใจในระยะยาว
บ้านแบบ Pet-Inclusive ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ต้น ไม่ได้ให้ประโยชน์แค่กับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้การใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านง่ายขึ้นด้วย เมื่อมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม บ้านก็จะเป็นระเบียบมากขึ้น ลดความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ และทำให้เจ้าของสามารถใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่อยู่อาศัยจะไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขา สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านที่รองรับไลฟ์สไตล์ของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้การสร้างบ้านที่ตอบโจทย์ทุกสมาชิกในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เลี้ยง
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.6.8