Work From Home แบบไม่พังร่าง Ergonomic ที่บ้านควรมี

  1. Work From Home แบบไม่พังร่าง Ergonomic ที่บ้านควรมี

หมวดหมู่: นวัตกรรม วันที่เผยแพร่: 31/3/2569


วัฒนธรรม WFH (Work Form Home) ที่มีส่วนสำคัญมากต่อคนทำงานในช่วงหลัง COVID-19 เป็นข้อดีสำหรับบางคนที่ Productive มากเมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แต่อาจเป็นความยากลำบากสำหรับใครที่ชอบทำงานแบบ On Site ปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ว่าจะทำงานแบบไหน ถ้าขาดคำว่า ‘Ergonomics’ ที่ดี ร่างกายก็พัง ! บทความนี้เราขอพาคนทำงานไปเข้าใจความหมายของคำว่า Ergonomics เพื่อให้เข้าใจว่าชีวิตการทำงานที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องร่างกายพังไปซะก่อนผ่าน เก้าอี้ โต๊ะ หรืออุปกรณ์ทำงานที่คิดใส่ใจมาเพื่อร่างกายของเรานั้นสำคัญแค่ไหน


Ergonomics คืออะไร และทำไมสำคัญกับ WFH


คำว่า Ergonomics แปลภาษาไทยได้ว่า ‘การยศาสตร์’ เป็นรากศัพท์ที่มาจากภาษากรีกอีกทีซึ่งมีความหมายดั้งเดิมว่า ‘ศาสตร์แห่งการทำงาน’ ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างงาน คนทำงาน และสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อคนทำงาน ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายน้อยที่สุด ด้วยรากฐานตรงนั้นเอง คำว่า Ergonomics ถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ทำงานสำคัญอย่าง โต๊ะ เก้าอี้ และอื่น ๆ เพื่อหมายถึงอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณใช้ทำงานโดยมีสุขภาพที่ดีไปด้วยนั่นเอง


ไอเทมคนทำงานที่สำคัญที่สุดอย่าง ‘Ergonomic Chair’ จึงไม่ใช่แค่เก้าอี้ราคาแพง เพราะว่าคือเก้าอี้ที่ออกแบบซัพพอร์ตกับทุกสรีระ หลัง คอ แขน สร้างท่านั่งที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดผลกระทบระยะยาวของการนั่งทำงานผิดท่าเมื่อการ WFH บังคับให้คุณต้องอยู่กับงานเป็นระยะเวลานาน การนั่งหลังค่อม คอยื่น ไหล่ห่อ หรือการทำอะไรซ้ำ ๆ เป็นเวลานานโดยไม่เดินไปไหนเลย ก่อจะก่อให้เกิดความเมื่อยล้า ปวดหลัง ล้วนแล้วเป็นผลเสียจาก Office Syndrome ที่หมายถึงอาการปวดกล้ามเนื้อ และพังผืด เพราะว่าเนื้อเยื่อ และเส้นเอ็นอักเสบ เจ็บปวดเรื้อรังที่ตามมาในภายหลัง


จุดเสี่ยงพังร่างในการทำงานที่บ้าน



โต๊ะ–เก้าอี้ที่ไม่เหมาะสม


การนั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช้ Ergonomics สร้างความเสียหายให้คนทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะ ‘ปัญหากระดูกสันหลัง’ เก้าอี้ที่ไม่รองรับกระดูกสันหลังอย่างเหมาะสม สร้างอาการปวดหลังเรื้อรังในอนาคต หรือจะ ‘ปัญหากล้ามเนื้อ’ บริเวณกล้ามเนื้อหลัง คอ และไหล่ที่รองรับน้ำหนักตลอดเวลา ส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อระยะยาว ไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เพราะว่าท่านั่งที่ไม่ถูกต้องทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีอีกด้วย 


จอคอม และอุปกรณ์ที่อยู่ผิดระดับสายตา


คนทำงานจะได้รับอันตรายจาก Office Syndrome เมื่อจอคอมพิวเตอร์อยู่ผิดระดับ เพื่อป้องกันสิ่งนั้น ควรปรับกึ่งกลางของหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา และมีความห่างอยู่ที่ประมาณ 40-75 ซม. โดยเลือกโต๊ะที่ได้ระดับความสูง (หรือถ้าถนัดยืนทำงานก็แนะนำให้ใช้ Ergonomic Sit-Stand Desk ที่เป็นโต๊ะไฟฟ้าปรับยืนได้) เพื่อให้เมาส์ และคีย์บอร์ดอยู่ระดับเดียวกับข้อศอก และมือ ไม่ต้องเอื้อมแขนจนปวดเมื่อยทีหลัง


การนั่งทำงานต่อเนื่องโดยไม่ขยับร่างกาย


สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรานั่งทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป และไม่ขยับไปไหนเลย คือสามารถเกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม และลิ่มเลือดอุดตัน เพราะว่าเลือดไม่ได้ไหลเวียนเลย วิธีแก้ไขก็ตรงตัวคือการลุกเดิน 5-10 นาที เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ


องค์ประกอบ Ergonomics ที่บ้านควรมี



โต๊ะทำงานที่รองรับสรีระ


โต๊ะทำงานที่ถูกต้องตามหลัก Ergonomics และเซฟชีวิตคนทำงาน คือโต๊ะแบบที่มีความสูงสามารถให้ข้อศอกทำมุมฉากได้ 90 องศาขณะนั่งทำงาน และไหล่จะต้องไม่ยก เท้าจะต้องไม่ลอย มีความลึกที่พอดี ทีนี้ วิธีจัดโต๊ะทำงานก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ไกลจาก Office Syndrome โดยจัดของออกเป็นทั้งหมด 3 โซน ‘โซนหนึ่ง/โซนหลัก (Primary Zone)’ วางอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุดเพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น และลดความหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ‘โซนสอง (Secondary Zone)’ เอาไว้วางอุปกรณ์ที่หยิบบ่อยรองลงมา และ ‘โซนสาม (Third Zone)’ พื้นที่อยู่ไกลที่สุดของโต๊ะทำงานสำหรับอุปกรณ์ที่หยิบน้อยที่สุด  


เก้าอี้ที่ช่วยพยุงร่างกาย


คุณลักษณะของเก้าอี้ Ergonomic Chair ประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้ ต้องปรับระดับความสูงได้เพื่อให้เท้าวางราบ และขาท่อนบนขนานกับพื้น มีพนักพิงเพื่อรองรับแนวโค้งของกระดูกสันหลัง มีที่วางแขนที่ทำด้วยวัสดุอ่อนโยน ไม่ให้เกิดความตึงของกล้ามเนื้อช่วงไหล่ และคอ 


แสงสว่าง และสภาพแวดล้อม


สุดท้ายคือเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่อึดอัดห้องรกจนสร้างความตึงเครียดระหว่างทำงาน และควรมีแสงที่สว่างพอในห้องเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดอาการปวดตา และล้าจนลดประสิทธิภาพการทำงานกว่าปกติ พร้อมกับควรมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาไม่ให้เครียดจนเกินไป


Ergonomic ไม่ได้จบแค่เฟอร์นิเจอร์


แม้จะมีโต๊ะ และเก้าอี้ที่ได้มาตรฐาน แต่ถ้าพฤติกรรมการใช้งานไม่เหมาะสม ร่างกายก็ยังสะสมความตึงเครียดได้เหมือนเดิม Ergonomic ที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่คือความสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานในทุกวัน


พฤติกรรมการนั่ง และการพัก


การนั่งที่ถูกต้องควรหลังตรง พิงพนักให้หลังส่วนล่างได้รับการรองรับ วางเท้าราบกับพื้น และหลีกเลี่ยงการงอหลังหรือไขว่ห้างนาน ๆ เพราะท่าทางเหล่านี้ทำให้กระดูกสันหลังเสียสมดุล และเพิ่มแรงกดทับโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การรู้จังหวะพักสั้น ๆ ระหว่างงาน เช่น เอนหลังคลายกล้ามเนื้อหรือหมุนไหล่เบา ๆ จะช่วยลดความตึงสะสมได้มาก


การขยับร่างกายระหว่างวัน


ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งนิ่งหลายชั่วโมง การลุกยืน ยืดเหยียด หรือเดินสั้น ๆ ทุก 45–60 นาที ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ลดแรงกดที่หมอนรองกระดูก และทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานซ้ำตำแหน่งเดิมตลอดทั้งวัน แม้เพียง 2–3 นาทีต่อครั้ง ก็สร้างความแตกต่างในระยะยาว


การตั้งเตือนพักสายตา และเปลี่ยนอิริยาบถ


ดวงตาเป็นอีกส่วนที่ทำงานหนักไม่แพ้ร่างกาย การใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที มองไกลประมาณ 20 ฟุต นาน 20 วินาที จะช่วยลดอาการล้าสายตา และป้องกันตาแห้ง การเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น สลับจากนั่งเป็นยืน หรือปรับมุมจอเล็กน้อย ยังช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ยึดติดอยู่กับท่าเดิมตลอดวัน


ผลลัพธ์ของบ้านที่มี Ergonomic ที่ดี


เมื่อพื้นที่ทำงานในบ้านถูกออกแบบตามหลัก Ergonomic อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ความสบายชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทั้งต่อร่างกาย สมาธิ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและสุขภาพของผู้ทำงานในทุกวัน


อาการปวดเมื่อยลดลง


เมื่อพื้นที่ทำงานรองรับสรีระอย่างเหมาะสม และพฤติกรรมการใช้งานถูกต้อง กล้ามเนื้อจะไม่ต้องเกร็งชดเชยตลอดเวลา อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือข้อมือจะค่อย ๆ ลดลง ร่างกายรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างชัดเจน


สมาธิ และประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น


ความไม่สบายตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ มักรบกวนสมาธิโดยไม่รู้ตัว เมื่อร่างกายอยู่ในท่าที่สบายและสมดุล สมองจะสามารถโฟกัสกับงานได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น ทำให้งานมีคุณภาพ และลดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ


สุขภาพกายระยะยาวที่ดีขึ้น


การจัดพื้นที่ทำงานตามหลัก Ergonomic คือการป้องกันก่อนเกิดปัญหา ช่วยลดความเสี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรม ปัญหากระดูกสันหลัง และภาวะเรื้อรังจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ถือเป็นการลงทุนกับสุขภาพที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว


หลักการ Ergonomics หรือการยศาสตร์ อาจเริ่มต้นจากแนวคิดในการออกแบบพื้นที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดอาการปวดเมื่อยหรือปัญหาอย่าง Office Syndrome ที่อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว แต่แท้จริงแล้วหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อให้การทำงานดีขึ้นเท่านั้น หากยังเป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับร่างกายของมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างสบาย ปลอดภัย และมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาของการทำงานหรือการพักผ่อน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหรือพื้นที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจทั้งการใช้ชีวิตและสุขภาพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้บ้านสามารถเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ


ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์


ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000