บ้านที่ดีต่อใจนั้น คำตอบอยู่ที่ Mental Wellness Home
ตั้งแต่ปี 2025 จนถึงตอนนี้ เชื่อว่าคำว่า “Wellness” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคนที่ไม่ได้แค่อยากมีสุขภาพที่ดีอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงคนที่รักที่จะมีอารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณที่ Healthy ไปแล้วด้วย
และเมื่อพูดถึงคำว่า “Wellness Home” ความหมายนั้นไม่ต่างกัน ก็คือบ้านที่ออกแบบโดยการคิดถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก และแน่นอนขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของคนที่อยากสุขภาพดีแบบ Wellness ก็ต้องเป็นเรื่องของทั้งกาย และใจ คิดละเอียดตั้งแต่สิ่งที่เล็กที่สุด วัสดุที่ใช้ การออกแบบภายใน และภายนอก ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านของคน ๆ นั้นจริง ๆ
หากถามว่าแล้วความแตกต่างระหว่าง ‘บ้านสวย’ กับ ‘บ้านที่ดีต่อใจ’ คืออะไร คำตอบก็คือเรื่องของ ‘ฟังก์ชัน’ ที่บ้านแบบ Wellness Home ทำให้เราได้อาศัยอยู่ในบ้านแบบที่ต้องการง่าย ๆ แค่นั้นเลย
องค์ประกอบสำคัญของบ้านที่ดีต่อสุขภาพใจ
แสง ธรรมชาติ และการเชื่อมโยงเข้ากับชีวิต
หัวใจสำคัญของการที่ต้องมีแสงสอดส่องเข้ามาในบ้าน เป็นเพราะว่ามันทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และแสงเองก็มีผลต่อนาฬิกาชีวภาพของมนุษย์ ช่วยให้เราเริ่มต้นจบวันได้อย่างมีคุณภาพ เพิ่มหน้าต่างในบ้านเพื่อให้แสงเข้าถึงในจุดที่ควร ติดผ้าม่านโปร่งแสงให้แดดเข้ามาในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกใช้กระจกหรือพื้นผิวสะท้อนแสงเผื่อให้แสงได้ส่องกระจายไปทั่วห้อง เท่านี้ชีวิตก็ดีได้แล้ว
บรรยากาศที่สงบ ลดสิ่งรบกวน
ถึงแม้ว่าบ้านจะเป็นพื้นที่ส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันบ้านก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวมาก ๆ การออกแบบของ Wellness Home จะเติมพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้เล็ก ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงสร้างมุมส่วนตัวผ่านห้องที่โปร่งโล่งไม่อึดอัดปราศจากสิ่งรบกวน
การจัดพื้นที่ตามกิจกรรม และอารมณ์
สิ่งนี้ดูจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบบ้าน แต่ Wellness Home ออกแบบลึกซึ้งกว่านั้น ด้วยการเอา Daily Routine ของผู้อาศัย แล้วปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์นั้น ๆ เช่น ถ้าคุณเป็นคนทำงานที่ชอบการฟังเพลงไปด้วย การเปลี่ยน Living Room ให้กลายเป็น Work Space ก็จะตอบโจทย์ความผ่อนคลาย หรือถ้าเป็นคนชอบทำอาหารที่ต้องอัปเดทข่าวสารผ่านการดูทีวีตลอด เราก็อาจจะวางส่วนครัวให้ไม่ไกลจากห้องนั่งเล่นมากนัก และมองเห็นได้ตลอด
สี วัสดุ และผิวสัมผัสที่ส่งผลต่อความรู้สึก
หากเราพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ นั่นคือเรื่องวัสดุ และผิวสัมผัสที่มีผลต่อารมณ์ผู้ใช้ ชอบแบบที่เป็น Wooden Material เพราะว่าอยากให้บ้าน Homey หรือชอบที่มีสีสันแต่วัสดุเป็น Soft Material เพราะอยากให้บ้าน Cozy แต่อีกสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของ ‘สี’ เช่นเดียวกันกับต้นไม้สีเขียวที่ให้ความสงบ แสงของไฟ Neon Light สร้างไวบ์โรแมนติกขึ้น สีของผนังบ้านที่เป็น Grey Color เพราะต้องการความรู้สึกของ Man Cave การออกแบบของ Wellness Home จะดึงสิ่งที่คุณรู้สึกเป็นตัวเองออกมาเป็นบ้านแบบนั้น ๆ
Wellness Home ไม่ใช่เรื่องหรู แต่คือเรื่องจำเป็น
อ่านมาถึงตรงนี้จะบอกว่าการมีบ้านแบบ Wellness Home ไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างใหม่ทั้งหลัง เราสามารถปรับจากบ้านที่อาศัยอยู่เดิม ด้วยหลักแนวคิด ‘Effortless Well-being’ การนำกิจกรรมดี ๆ ที่ส่งเสริมสุขภาวะเข้าไปในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ แบบไม่ต้องฝืน และพยายามหนักจนเกินไป
ไม่จำเป็นต้องรีโนเวททั้งหลัง
แค่เริ่มต้นจัดบ้านด้วยการปรับเปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างมุมเฟอร์นิเจอร์ เปลี่ยนทิศโต๊ะทำงาน ไปจนถึงขจัดสิ่งที่รกในห้องซึ่งเป็นสาเหตุของการสะสมความเครียดออกไป ทำวันเดียวอาจจะยาก ลองใช้กฎ ‘วันละชิ้น’ หรือ ‘สัปดาห์ละ 5 ชิ้น’ เอาของไปบริจาคบ้าง เอาของที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เท่านี้บ้านก็จะสุขภาพดีขึ้นมาเลย
ตัวอย่างการปรับบ้านเล็ก ๆ ที่ส่งผลกับใจอย่างมาก
การดูแลจิตใจที่ดีในบ้านได้ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องจัดห้องใหม่ทั้งห้อง แค่เลือกมุมเล็ก ๆ ที่รู้สึกสบายที่สุดในบ้าน อาจจะเป็นโซฟาอ่านหนังสือ เราแค่เติมหมองอิง เติมผ้าห่มหน่อย เติมเทียนหอม และโคมไฟสร้างบรรยากาศ เท่านี้มุมนั้นก็จะพิเศษต่อใจขึ้นทันที
Wellness Home กับคุณภาพชีวิตระยะยาว
เพราะว่าการทำบ้านแบบ Wellness Home เป็นการกลับมาดูแลหัวใจของตัวเองก่อน แล้วจึงลงมือทำออกมาเป็นบ้านที่เราพร้อมจะอยู่อาศัย ก็เลยกลายเป็นบ้านที่ทำให้อยู่ได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมอย่างสบายใจ
บ้านที่ดีต่อใจ เปลี่ยนชีวิตประจำวันอย่างไร
Wellness Home อาจไม่ได้หมายถึงบ้านที่ต้องออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมหรูหรา หรือเป็น Smart Home ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเสมอไป แต่สำหรับหลายคน บ้านที่ดีต่อใจก็คือพื้นที่ธรรมดาที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจได้ในทุกวัน อาจเป็นมุมเล็ก ๆ ที่ได้หลับตาฟังเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ในสวนหลังบ้าน พื้นที่ที่ได้นั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ หรือช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและคนสำคัญ บ้านแบบ Wellness จึงไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ช่วยดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ ให้บ้านกลายเป็น Safe Zone ที่เราสามารถกลับมาโอบกอดความรู้สึกของตัวเองได้เสมอ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้บ้านสามารถเป็นพื้นที่แห่งความสุข ความสบายใจ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.6.8