Instagrammable Home กับคุณภาพการอยู่อาศัย
เราอาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่บ้านไม่ได้เป็นแค่บ้านอย่างเดียวมานานมากแล้ว เพราะบ้านในปัจจุบันจะต้องสะท้อนรสนิยมในมุมที่เก๋ที่สุด และตะโกนตัวตนของเจ้าของได้ด้วย ซึ่งปี 2026 เป็นปีที่ตัวตนบนโลกโซเชียลสำคัญเป็นพิเศษ จนเกิดคำศัพท์ใหม่ Instagrammable Home ที่เอาไว้เรียกบ้านเก๋ ๆ อยากอวดบนโลกโซเชียลขึ้นมา
Instagrammable Home คืออะไร
ความหมายของบ้านที่ถ่ายรูปขึ้น : เพื่อให้เข้าใจความหมายได้กระจ่าง ต้องแยกคำออกเป็น 2 คำ คือ ‘Instagrammable’ มีความหมายว่าสิ่งของ สถานที่ ที่อยู่อาศัย หรือไลฟ์สไตล์ที่เทรนด์ดี้มาก ๆ จนอดใจไม่ไหวอยากถ่ายรูป วิดีโออัพขึ้นแพลตฟอร์ม Instagram เลย ทีนี้พอบวกกับคำว่า ‘Home’ เข้ามา จึงทำให้กลายเป็นบ้านที่ไม่ว่าจะมองหรือถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ดูรวม ๆ แล้วมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนั่นเอง
องค์ประกอบที่มักพบในบ้านสไตล์นี้ : ทุกจุดจะต้องเห็นแล้วประทับใจทันที ถ้ายกตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง เปิดประตูเข้าสู่ตัวบ้าน First Impression จะต้องไปสะดุดกับบันไดของห้องโถงเชื่อมขึ้นชั้น 2 ที่โอ่อ่า ขับให้ห้อง Living Room ที่ก็วางเฟอร์นิเจอร์มาเป็นอย่างดี และมีการคิดให้แสงจากโถงพาดลงมาในองศาที่ถูกต้อง จนกลายบ้านถ่ายภาพกว้างแล้วสวยทันที Instagrammable Home มักจะเป็นบ้านที่มีสวน และสระว่ายน้ำแยกออกมาจากตัวบ้าน เพื่อสร้างมุมถ่ายรูปที่หลากหลายกว่าบ้านทั่วไป ถ้าเป็น Minimal Design ก็จะมาพร้อมกับสวนญี่ปุ่นที่มีความ Calm & Peaceful ถ่ายรูปออกมาเรียบแต่หรู แต่ถ้าเป็นบ้านสไตล์ยุโรป ก็จะได้เจอสนามหญ้ากว้าง ๆ ที่วางต้นไม้ใหญ่เพื่อเติมความหรูหราให้บ้าน และอีกส่วนที่ขาดไม่ได้คือ Walk-in Closet ที่เป็นส่วนทั้งโชว์ไอเทมตัวตนของเจ้าของบ้าน และเป็นมุมถ่ายรูปเท่ที่เล่นกับ Lighting Design จากไฟที่ซ่อนในจุดต่าง ๆ ของตู้ได้อย่างเต็มที่
อิทธิพลของ Instagram ต่อการออกแบบบ้าน : การถ่ายรูปสวยของที่อยู่อาศัยแบบ Instagrammable Home ก็นำมาสู่อันตรายเหมือนกัน นักออกแบบ Will Jennings เคยเขียนบทความชื่อ “Should architects design provocatively ugly architecture that does not conform to Instagram’s aesthetic conventions?” บนเว็บไซต์ Dezeen เอาไว้ว่า Instagrammable Trend ทำลายวงการออกแบบเพราะคนทำงานหันไปดีไซน์สิ่งที่สามารถถ่ายรูปแล้วออกมาสวย แทนที่จะใส่ความสำคัญไปที่ฟังก์ชันการใช้งานจริง
องค์ประกอบของบ้านที่สวยในภาพ
แสงธรรมชาติ และการจัดแสง : หัวใจหลักของการออกแบบบ้านให้ถ่ายรูปสวยแบบ Instagrammable Home ไม่ใช่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากัน หรือการวางกำแพงด้วยพื้นผิวของหินอ่อน ไม้ และอื่น ๆ ให้ Background ออกมาดูสวยอย่างเดียว แต่การจัดการแสงนั้นสำคัญ ถ้าหากอยากให้มีแสงธรรมชาติผ่านเข้ามา เลือกม่านสองชั้น คือโปร่งแสง และแบบทึบให้กับหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อควบคุมปริมาณเสียงเข้าในห้อง และอย่าลืมที่จะมีโคมไฟใหญ่ ๆ สักตัวที่ด้านหลังของโซฟาเพื่อสร้าง BG Light เพิ่มเลเยอร์ให้แสงไม่น้อยจนเกินไป สุดท้ายหากต้องการความ Modern Luxury ก็สามารถเติมไฟเพดาน Chandelier หรือติดตั้งโคมไฟที่เป็นสีทองสร้างความแพงขึ้นมา
โทนสี และสไตล์การตกแต่ง : โทนสีเป็นตัวกำหนดสไตล์ห้องของ Instagrammable Home เพราะว่าสีจะเป็นส่วนที่เล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ได้ลึกซึ้ง ถ้าจะให้ไกด์แบบไว ๆ สำหรับคนที่ชอบ Cozy Home ให้เลือกสีเบจจับคู่กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ตกแต่งด้วยต้นไม้หรือโทนสีเขียวที่ทำให้รู้สึกถึงธรรมชาติก็จะได้ห้องที่อบอุ่นขึ้นมา แต่ถ้าเป็นสายหวาน Girly Home ก็ต้องสร้างความโดดเด่นจากสีพาสเทลทั้งบนเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงโค้งมนสนุก ๆ ไปจนถึงพรมปูพื้น หรือของแต่งห้องต่าง ๆ แต่ถ้าเป็นสาย Minimal Home โทนสีเทาจะตอบโจทย์มากที่สุด และเราอาจจะใส่เฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้รู้สึกสงบผลิตจากหวาย มีชั้นวางหนังสือ ทุกอย่างวางในองศาที่พอดี
มุมถ่ายภาพ และพื้นที่ว่าง : ขึ้นชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัย Instagrammable Home ให้ออกแบบบ้านเผื่อพื้นที่เอาไว้ให้ดีเสมอ เพราะต้องเผื่อให้พื้นที่ของระยะกล้องไปจนถึงการจัดไฟให้ถ่ายออกมาสวย และควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ขนย้ายได้ไม่ Built-In เป็นหลัก เพราะจะมีการโยกย้ายไอเทมที่เป็นพรอพถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา
วัสดุ และพื้นผิวที่ขึ้นกล้อง : อย่าลืมดูสิ่งที่เรียกว่า Matching เช่น การวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีเดียวกับพื้นหรือผนังห้องจะทำให้เฟอร์นั้นจม และถ่ายไม่เห็น หรือถ้ามีกระจกเยอะที่ทำให้เกิดการสะท้อน อย่าลืมเลือกเฟอร์นิเจอร์มาตัดแสงออกไป
เมื่อบ้านสวยในภาพ แต่กระทบการอยู่อาศัยจริง
อย่างที่เกริ่นไปว่า Instagrammable Home เป็นบ้านที่ออกแบบมาได้สวยจริง แต่ว่าก็เป็นดาบ 2 คม เพราะกลายเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งตกหล่นข้อสำคัญที่สุดของบ้าน คือเรื่องการใช้งานจริง ซึ่งสามารถยกตัวอย่างได้หลายแบบมาก
แสงสวย แต่ร้อน และแสบตา : บ้านที่สร้างออกมามีส่วนปิดทึบมากมายพร้อมผนังที่หนาเพื่อกักให้องศาของแสงออกมาสวย จนทำให้แสงเข้าในปริมาณที่โอเวอร์เกินไป ส่งผลให้ร้อน แสบตา ไปจนถึงใช้พื้นที่บางพื้นที่ไม่ได้ในเวลาเช้าหรือกลางวัน และหากอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอยังนำไปสู่ปัญหาเชื้อราได้อีกด้วย
บ้านโล่ง แต่ขาดพื้นที่ใช้งาน : เผื่อพื้นที่เอาไว้มากมายเพื่อถ่ายรูป แต่ออกแบบบ้านไม่ตอบโจทย์กับกิจกรรมของคนในบ้าน จนสุดท้ายอาจจะกลายเป็นห้องนั่งเล่นกว้าง ๆ ที่ใช้งานไม่ได้จริง
วัสดุสวย แต่ใช้งานยาก : ขึ้นชื่อว่าบ้าน Instagrammable Home เฟอร์นิเจอร์ก็ต้องเลือกที่รูปทรงดีไซน์ล้ำแต่ใช้งานจริงได้ยากเกินไป จนอาจจะกลายเป็นไอเทมที่มีฟังก์ชันเดียวคือใช้ถ่ายรูปจริง ๆ
แนวทางออกแบบบ้านให้สวย และอยู่สบายไปพร้อมกัน
ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตก่อนการถ่ายรูป : การแก้ปัญหาที่พลิกมุมกลับง่าย ๆ เลย ด้วยการทำให้ที่อยู่อาศัยกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง การใช้งานมาก่อน จากนั้นจึงค่อยใส่จินตนาการเติมเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งต่าง ๆ เข้ามาทีหลัง เพื่อปรับโทนสีบางอย่าง ใส่ตัวตนความสนุกบางอย่างเข้าไปทีหลังการใช้งานก็ยังไม่สาย
เลือกแสงที่ปรับได้ : ไม่ว่าจะห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องอเนกประสงค์ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือการคิดว่าแสงจะตกกระทบเข้าห้องในมุมต่าง ๆ ณ ช่วงเวลาไหนอย่างไรบ้าง เพื่อให้เราเลือกวางเฟอร์นิเจอร์ได้ถูกต้อง อย่างเช่น เตียงนอนจะต้องไม่โดนแสงธรรมชาติกระทบเข้าเต็ม ๆ ห้องนั่งเล่น แสงจะต้องไม่พาดตกที่ทีวีจนใช้ไม่ได้ จากนั้นจึงค่อย ๆ วางเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ แล้วจึงติดตั้งตั้งม่านเพื่อเป็นตัวช่วยจัดการกับแสงอีกครั้ง และหากกลางคืนต้องการแสงที่ดีที่สุดจึงค่อยวางโคมไฟ ติดตั้งไฟเพดานเพื่อให้ออกมาสวย และใช้งานได้จริง
สร้างมุมถ่ายรูปโดยไม่เสียพื้นที่หลัก : หัวใจสำคัญคือการออกแบบบ้านที่มุมถ่ายรูปที่ยังคงใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่จัดไว้สวยเหมือนบ้านตัวอย่าง การคิดตั้งแต่ต้นว่าพื้นที่นั้นคนสามารถเข้าไปนั่ง ใช้งาน หรือใช้ชีวิตได้จริงหรือไม่ จะช่วยให้มุมถ่ายรูปดูมีชีวิต และน่าเข้าถึงมากขึ้น ควรเลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับพื้นที่ ไม่อึดอัด และคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงการเพิ่มองค์ประกอบจากธรรมชาติ เช่น แสงธรรมชาติ ต้นไม้ หรือวัสดุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เพื่อให้มุมถ่ายรูปกลมกลืนกับพื้นที่หลัก และไม่รบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ถ้าจะมีที่อยู่อาศัยแบบ Instagrammable Home ที่ดีสักหลัง การบาลานซ์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยเข้าไปด้วยเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ อย่าให้ความติดแกรมมาบดบังประโยชน์ใช้สอย แต่ให้คิดว่าจะทำให้บ้านที่สวยสามารถใช้งานจริงได้อย่างไร โดยตั้งต้นว่าเราอยากอยู่ และใช้ชีวิตในบ้านแบบไหนก่อนเป็นคำถามแรกเลย
บ้านที่ใช่คือบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกดี ไม่ใช่แค่ดูดีในเฟรมภาพ และเมื่อถึงเวลาวางแผนเพื่อบ้านในฝัน ไม่ว่าจะซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือปรับปรุงบ้านให้ตอบโจทย์สไตล์ของตัวเอง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมสนับสนุนทุกความฝันเรื่องบ้าน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ช่วยให้คุณเปลี่ยนไอเดียบ้านสวยให้อยู่สบายได้จริงอย่างมั่นใจ
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.6.8