ติดโซลาร์เซลล์คุ้มจริงไหม?

  1. ติดโซลาร์เซลล์คุ้มจริงไหม?

หมวดหมู่: นวัตกรรม วันที่เผยแพร่: 31/8/2566

ค่าไฟแพงขึ้นเพราะอะไร?

อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น อากาศที่ร้อนจัด ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในช่วงนั้น คือ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือปั๊มน้ำ ด้วยเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อนให้คลายลง

 

อุณหภูมิเฉลี่ยประเทศไทยในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 27.4 องศาเซลเซียส หากเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสเพื่อช่วยประหยัดไฟ เครื่องปรับอากาศต้องทำงานให้อุณหภูมิลดลงประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส แต่ถ้าในช่วงอากาศร้อนจัดที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียล เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นโดยต้องลดอุณหภูมิมากถึง 15 องศาเซลเซียส ซึ่งการลดอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส เครื่องปรับอากาศจะกินไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ทำให้อุณหภูมิภายนอกยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ เครื่องปรับอากาศก็ยิ่งกินไฟมากขึ้นเท่านั้น

 

ติดโซลาร์เซลล์คุ้มจริงไหม?

 

โดยทั่วไปโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 7,300 หน่วย/ปี ประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,400 - 3,600 บาทต่อเดือน นั่นหมายถึงบ้านหรืออาคารสำนักงานที่มีการใช้ไฟในเวลากลางวัน มีค่าไฟเกิน 3,000 บาทต่อเดือนจึงจะคุ้มค่า เพราะค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ค่อนข้างมีราคาสูง แม้ว่าจะลดราคาลงจากช่วงแรกแล้วก็ตาม

 

วิธีการเช็กว่าใช้ไฟในแต่ละเดือน

1. โดยปกติค่าไฟในตอนกลางวันจะประมาณ 70% และตอนกลางคืน 30% ถ้าค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 4,000 บาท ค่าไฟตอนกลางวันจะอยู่ที่ 2,800 บาท และค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อหน่วย

2. นำจำนวนค่าไฟตอนกลางวันหารด้วยค่าไฟฟ้าต่อหน่วย จะได้ 2,800 ÷ 4 = 700 หน่วย

3. นำจำนวนหน่วยที่ได้ หารด้วยจำนวนวัน และจำนวนชั่วโมงที่มีแสงอาทิตย์ เช่น ใน 1 วันมีแดดจัดประมาณ 5 ชั่วโมง ก็จะได้ 700 ÷ 30 ÷ 5 = 4.6 หน่วยต่อชั่วโมง

ก็จะได้ขนาดโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 5 กิโลวัตต์

 

หรือบางคนอาจใช้วิธีจดมิเตอร์ไฟฟ้าช่วงเวลาเช้า 6 โมงเช้า - 6 โมงเย็น ติดกัน 4-5 วันแล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย จากนั้นค่อยนำมาหารด้วยจำนวนชั่วโมงที่แสงอาทิตย์ ก็จะได้ขนาดโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?

แผงโซลาร์ 1.5 กิโลวัตต์ ราคาติดตั้งประมาณ 70,000 - 100,000 บาท

แผงโซลาร์ 3-5 กิโลวัตต์ ราคาติดตั้งประมาณ 150,000 - 200,000 บาท

แผงโซลาร์ 7-10 กิโลวัตต์ ราคาติดตั้งประมาณ 300,000 - 500,000 บาท

 

จากข้อมูลข้างต้นเมื่อนำการใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวันมาคำนวนกับขนาดโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมก็จะพบว่า ต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ปี ซึ่งโดยทั่วไปการติดตั้งโซลาร์เซลล์มีระยะคืนทุนเฉลี่ยที่ 6-10 ปี แล้วจึงได้ส่วนลดค่าไฟฟรีจนหมดอายุรับประกัน และจะยิ่งคุ้มค่าถ้ามีการติดต่อสัญญาขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้า

 

ระบบโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป

โดยปกตินิยมติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ซึ่งก่อนติดตั้งต้องตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคาบ้าน เพราะต้องรองรับน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 22 กิโลกรัมต่อ 1 แผ่น โดยสามารถติดตั้งได้กับหลังคาทุกๆ ประเภท ซึ่งในประเทศไทยมีระบบโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้กัน 3 รูปแบบ คือ

 

1. แบบออนกริด (On Grid)

เป็นการใช้โซลาร์เซลล์ควบคู่กับการรับไฟฟ้าจากการไฟฟ้า โดยทั่วไปจะไม่มีการติดตั้งแบตเตอรี่ ช่วยลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า สามารถขายไฟคืนระบบได้ และมีค่าซ่อมบำรุงต่ำ

 

2. แบบออฟกริด (Off Grid)

เป็นการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียว ไม่พึ่งพาการใช้ไฟจากการไฟฟ้า ต้องมีการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเก็บไฟในช่วงเวลากลางคืน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง การผลิตไฟมีความผันผวนไม่แน่นอนอาจเกิดเหตุกาณ์ไฟดับได้ จึงเหมาะกับสถานที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง หรือใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

3. แบบไฮบริด (Hybrid)

เป็นการใช้ไฟฟ้าจากทั้งโซลาร์เซลล์และการไฟฟ้า โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเก็บกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไว้ในช่วงกลางคืน หากไฟฟ้าไม่เพียงพอก็สามารถดึงไฟฟ้ามาใช้ได้

 

เนื่องด้วยปัจจัยด้านราคาและความคุ้มทุนเรื่องแบตเตอรี่ทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในรูปแบบออนกริดเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีจุดคุ้มทุนเร็วที่สุด

 

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ผู้ที่สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลและสอบถามได้จากบริษัทรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบออนกริดหรือแบบไฮบริด อย่าลืม! ขออนุญาตกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง

 

แหล่งอ้างอิงจาก :

 

https://www.prachachat.net/economy/news-1267376

https://www.tmd.go.th/climate/summaryyearly

https://workpointtoday.com/solar-roof-top/

https://th.kku.ac.th/139458/

https://www.dailynews.co.th/news/2228966/