ฝุ่น PM2.5 เข้าบ้านได้อย่างไร และรับมืออย่างไรดี
ปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ ไม่ได้แค่ตามติดเราเวลาออกไปใช้ชีวิตข้างนอก แต่เวลาอยู่ในบ้านก็อันตรายไม่แพ้กัน เจ้าฝุ่นที่เป็นสาเหตุหลักให้เกิดอาการภูมิแพ้ นำไปสู่โรคร้ายที่สุดเข้ามาในบ้านของเราได้อย่างไร และจะมีวิธีป้องกันอย่างไรให้บ้านกลับมาเป็นบ้านสะอาดอย่างที่ควรจะเป็นอีกครั้ง
ฝุ่น PM2.5 คืออะไร และทำไมถึงอันตราย
มาทำความรู้จักความน่ากลัวของ ฝุ่น PM2.5 กันแบบละเอียด เอากันตั้งแต่ชื่อตัวย่อที่เราเรียกกันจนติดปาก ที่แท้จริงแล้วมีชื่อเต็มมาจากคำว่า “Particulate Matters” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (แค่ชื่อก็อันตรายแล้ว) และตัวเลข 2.5 ที่กำกับมาด้วยนั้น หมายถึง ‘หน่วย 2.5 ไมครอน’ ก็หมายความว่าฝุ่นจิ๋วนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (เล็กเท่า 1 ใน 25 ของเส้นผม) อันตรายระดับมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สูดยังไงก็เข้าทางเดินหายใจเพราะเล็กจนขนจมูกกรองไม่ได้ มีโอกาสเข้ากระแสเลือด และสร้างปัญหาให้อวัยวะภายในส่วนอื่น แถมยังสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ไกล 1,000 กิโลเมตร !
ฝุ่น PM2.5 เข้าบ้านได้อย่างไร
ช่องเปิดของบ้าน ช่องว่าง และรอยรั่วที่มองไม่เห็น : ฝุ่นที่ตัวเล็กขนาดนี้เป็นของทุกบ้านนะ และขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านก็ย่อมมีรอย่ต่าง ๆ เต็มไปหมด ไม่ว่าจะช่องว่างของประตูก่อนเข้าบ้าน ขอบหน้าต่าง มุ้งลวด ไปจนถึงรอยแตกตามจุดต่าง ๆ ซึ่งฝุ่น PM2.5 สามารถลอดเข้ามาได้ทั้งหมด
คน และกิจกรรมภายในบ้าน : ไม่ใช่แค่ลอยตามลมแล้วลอดเข้ามาในบ้าน แต่ฝุ่น PM2.5 ยังติดมาตามเสื้อผ้าของคนในบ้านที่มาจากข้างนอก เข้าไปติดกับพรม สัตว์เลี้ยง เส้นผม และเมื่อมีกิจกรรมในบ้านที่ต้องพูดคุยไม่ว่าจะระหว่างกินอาหารหรือดูทีวี การสูดหายใจก็รับฝุ่นเข้าไปทั้งหมด แถมคนในบ้านยังสามารถสร้างฝุ่น PM2.5 ด้วยตัวเองได้ด้วย ไม่ว่าจะจากการสูบบุหรี่หรือเผาขยะ
ระบบระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม : อีกข้อสำคัญที่ต้องรู้คือ ฝุ่น PM2.5 นั้นจะลอยอยู่ในอากาศเป็นระยะเวลานาน ถ้าบ้านเป็นลักษณะปิดทึบ อากาศชื้น ไม่มีช่องให้ระบายอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรอง PM2.5 ได้เลย ก็จะยิ่งเป็นอันตรายมาก
สัญญาณเตือนว่าบ้านอาจมี PM2.5 สูง
วิธีเช็คว่าบ้านของเรามีฝุ่น PM2.5 รึเปล่า การมองด้วยตาเปล่าที่มองไม่เห็นนั้น จำเป็นจะต้องใช้ Application ในการเช็คค่าสถานะ หรือติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่จะบอกสถานะแบบ Real Time ว่าตอนนี้ค่าฝุ่นภายในบ้านเป็นอย่างไร
แต่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น บางครั้งเราไม่เห็นฝุ่นด้วยตาเปล่า แต่ร่างกายจะเป็นตัวบอก
อีกวิธีหนึ่งที่เอาไว้เช็คว่าฝุ่นในบ้านของเราเริ่มสะสมเร็วผิดปกติหรือไม่ คือการลองทำความสะอาดห้องที่มีพรม ม่าน โซฟา หรือก็คือห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์สะสมฝุ่นเยอะที่สุดนั่นล่ะ หากดูดฝุ่นทำความสะอาดแล้วอากาศภายในห้องเริ่มดีขึ้น ก็อาจหมายความว่าก่อนหน้านี้มี PM2.5 ในบ้าน
วิธีรับมือ PM2.5 ภายในบ้าน
การป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน : เมื่อสาเหตุของฝุ่นที่เข้าในบ้านคือเรื่องของช่องว่างต่าง ๆ วิธีการป้องกันก็คือปิดประตูหน้าต่างในบ้านให้สนิทเสมอ และแนะนำให้เลือกติดตั้งมุ้งลวดที่ประตู หน้าต่าง และช่องระบายอากาศ ที่มีรูขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อไม่ให้ฝุ่นลอดเข้ามาได้
การจัดการฝุ่นที่เข้ามาแล้ว : ในวันที่ฝุ่นเข้ามาแล้ว การเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศ และเปลี่ยนไส้กรองอย่างสม่ำเสมอช่วยจัดการในเรื่องนี้ได้ รวมถึงการทำความสะอาดบ้านโดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการใช้ตัวช่วยอย่างปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น ลิ้นมังกร พลูด่าง เดหลี มอนสเตอร่า ก็ช่วยให้ทั้งบ้านสวย และได้อากาศปราศจาก PM2.5 คืนมา
การใช้ชีวิตในช่วงค่าฝุ่นสูง : แต่ในวันที่เราต้องออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤติฝุ่น PM2.5 ให้เลือกใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ตลอดเวลา รวมถึงต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งไม่ว่าจะออกกำลังกายหรือว่าออกไปสังสรรค์ก็ตาม
บ้านแบบไหนช่วยลดความเสี่ยง PM2.5 ได้มากกว่า
บ้านที่ช่วยให้เราห่างไกลฝุ่นคือบ้านแบบที่เรียกว่า Tight Envelope เป็นบ้านปิดมิดชิดที่วางระบบระบายอากาศที่ดี ไม่ว่าจะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือการเลือกใช้วัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย อย่างไม้ หินขัด หรือ กระเบื้องผิวเรียบที่สะสมฝุ่นได้ยากมาก รวมไปถึงการออกแบบเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-In ที่เข้ามาอุดรอยว่างระหว่างตู้ และฝ้าเพดานที่ทำสะอาดได้ยาก และสะสมฝุ่นอยู่ตลอดเวลา
แม้ว่า PM2.5 จะเป็นฝุ่นขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผลกระทบที่มีต่อสุขภาพกลับไม่เล็กตามไปด้วย เพราะฝุ่นสามารถเล็ดลอดเข้าสู่บ้านได้จากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องเปิด รอยรั่วของอาคาร กิจกรรมภายในบ้าน หรือระบบระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม การดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่การป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการจัดการอากาศภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาพของทุกคนในระยะยาว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหรือวางแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้บ้านสามารถเป็นพื้นที่ที่ดูแลทั้งการใช้ชีวิต และสุขภาพของคนในครอบครัวได้ในทุกวัน
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.6.8