บ้านเงียบขึ้นได้ทันที! วิธีลดเสียงรบกวนในบ้าน ง่าย ๆ โดยไม่ต้องรื้อหรือรีโนเวท

  1. บ้านเงียบขึ้นได้ทันที! วิธีลดเสียงรบกวนในบ้าน ง่าย ๆ โดยไม่ต้องรื้อหรือรีโนเวท

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 27/2/2569

ทุกครั้งเมื่อเราพูดความเป็น ‘บ้าน’ ก็จำเป็นที่จะต้องพูดถึงคำว่า ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ขึ้นมาคู่กันเสมอ และไม่ว่าพื้นที่นั้นจะตอบโจทย์ให้กับสมาชิกในครอบครัวแบบไหน แต่ฟังก์ชันเดียวที่ต้องมีร่วมกัน คือความสงบโดยไม่มีเสียงภายนอกเข้าไปรบกวน บทความนี้จะมาแชร์เคล็ดลับวิธีลดเสียงรบกวนจากภายนอกบ้าน รวมถึงไม่ให้เสียงจากภายในบ้านไปรบกวนข้างนอก แบบที่ไม่ต้องรื้อบ้านใหม่ให้เสียเวลา


เข้าใจก่อนว่าเสียงดังเข้าบ้านมาจากไหน



สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเรื่อง ‘การเดินทางของเสียง’ จะส่งผ่านตัวกลางอยู่ 2 แบบ คือ 1.การส่งผ่านเสียงทางอากาศ (Airborne Sound Transmission) 2.การส่งผ่านเสียงทางโครงสร้าง/ของแข็ง (Structure-Borne Sound Transmission) สิ่งนี้ทำให้ถึงแม้ว่าบ้านจะเป็นพื้นที่ปิดมิดชิดที่ไม่น่ามีเสียงเข้ามารบกวนได้ แต่หากไม่ได้รับการออกแบบเพื่อป้องกันเสียงอย่างดี ยังไงเสียงก็จะลอดเข้ามาในบ้านได้


เสียงจากภายนอก : ปัญหาเสียงที่มาจากภายนอกที่เราได้ยิน จะเกิดจากการที่เสียงเดินทางมากระทบกับส่วนซึ่งป้องกันบ้านอยู่ 3 แบบ ได้แก่ ‘เสียงที่มาจากฝ้าเพดาน’ มีใบไม้ตกใส่ แมวขึ้นไปเล่น ‘เสียงที่มาจากผนัง’ ถ้าไม่ได้ติดตั้งฉนวนกันเสียงที่ดีพอ เสียงที่เดินทางผ่านอากาศก็จะเข้ามาทางนี้ ‘เสียงมาจากการสั่นสะเทือนของโครงสร้าง’ ทุกคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์เพื่อนบ้านเปิดเพลงเสียงดังแล้วเสียงเบสสะเทือนมาถึงบ้าน สิ่งนี้เกิดจากการสั่นสะเทือนสู่โครงสร้างบ้านก่อนมาถึงหูของเรา


เสียงสะท้อนภายในบ้าน : อีกหนึ่งปัญหาสำคัญอย่าง ‘เสียงสะท้อน’ (Echo) ที่ทำให้เสียงที่เกิดขึ้นภายในบ้านไม่ว่าจะการเปิดทีวีแล้วมีเสียง การปิดประตูของใครสักคนบนชั้น 2 หรือตอนทำกับข้าวเสียงตำครกดังไปทั่วบ้าน เสียงที่สะท้อนไปมาต้องแก้ไขด้วยการใช้แผ่นดูดซับเสียงกันสะท้อน

 

ช่องโหว่ที่เสียงเล็ดลอดเข้ามา : ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่มาจากภายในหรือภายนอกบ้าน ปัญหามักเกิดจากจุดช่องว่างเล็ก ๆ ของสิ่งเหล่านี้ ‘ประตู’ ที่มีช่องว่างที่ด้านล่างทำให้เสียงลอดไปมาสู่กัน ‘หน้าต่าง’ ที่ถึงแม้จะปิดสนิทแต่ก็ยังมีช่องว่างให้เสียงลอดเข้ามาได้ และจุดที่คาดไม่ถึงอย่าง ‘ปลั๊กไฟ/สวิตช์ไฟ’ ถ้าติดตั้งจุดเดียวกับห้องที่อยู่ภายในบ้าน 2 ห้อง เสียงก็จะลอดเดินทางไปหาได้ทันที


เช็กระดับเสียงรบกวนในบ้านด้วยตัวเอง


วิธีสังเกตว่าเสียงดังมาจากจุดไหนมากที่สุด : จากหัวข้อก่อนหน้านี้ เราสามารถหาเสียงรบกวนที่ดังหรือเป็นปัญหามากที่สุดไล่ไปตามแต่ละจุดของบ้าน ลองเปิด-ปิดประตูหน้าต่างเพื่อเช็คเสียงสะท้อน หรือปรบมือกลางห้องที่อยู่กลางบ้าน เปิดทีวีในระดับเสียงปกติดูว่ารบกวนมั้ย ลองคุยกันในห้องเล่นเหมือนที่เคยทำ ถ้าหากพบว่าเสียงเหล่านี้ไม่ได้ดังเกินจนเป็นปัญหา ก็อาจเป็นไปได้ว่าเสียงที่รบกวนที่สุดอาจจะดังมาจากนอกบ้าน 


แอพวัดระดับเสียงในมือถือ : แต่เพื่อให้เกิดความแม่นยำการใช้เทคโนโลยีมาช่วยตรวจหาค่าความดัง (db) เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วย เพียงแค่ทำให้บ้านเงียบที่สุดก่อนจะเปิดแอพเพื่อให้วัดเสียงรบกวนที่ดังกว่าค่ามาตรฐานที่เราควรได้ยิน หรือที่ดังจนรบกวนเรา


วิธีลดเสียงรบกวนแบบง่าย ไม่ต้องรีโนเวท



  • ใช้ผ้าม่านช่วยดูดซับเสียง : ผ้าม่านช่วยลดเสียงก้อง และเสียงสะท้อนภายในห้อง มากกว่าการกันเสียงจากภายนอก โดยเฉพาะผ้าม่านเนื้อหนาอย่างผ้ากำมะหยี่หรือผ้าทอแน่น หากเสริมแผ่นใยโพลีเอสเตอร์หรือเลือกผ้าม่านแบบ Blackout จะช่วยดูดซับเสียงได้ดีขึ้น ทำให้บรรยากาศในห้องนุ่ม และเงียบลงอย่างรู้สึกได้ 
  • เพิ่มพรม และผ้าปูพื้น : พื้นแข็งอย่างกระเบื้องหรือไม้เป็นตัวสะท้อนเสียงที่ดี พรม และผ้าปูพื้นจึงช่วยลดเสียงสะท้อนจากการเดิน การขยับเฟอร์นิเจอร์ และเสียงพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน พรมหนาจะช่วยดูดซับเสียงได้ดีกว่าพรมบาง
  • ปิดช่องว่างประตู–หน้าต่าง : จะเรียกว่าเป็นพื้นฐานทั้งหมดของการลดเสียงรบกวนในบ้าน และนอกบ้านด้วยตัวเองก็ได้ หัวใจคือการสำรวจ และหาช่องว่างที่เสียงจะเดินทางออกไปให้เจอ ไม่ว่าจะช่องว่างตรงประตูหรือหน้าต่าง วิธีการคือเราสามารถอุดรอยรั่วของเสียงด้วยอุปกรณ์อย่างเทปกันเสียง (Noise Zeal) ที่ติดตั้งด้วยตัวเองได้ 
  • จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ช่วยกันเสียง : ไม่ว่าจะชั้นวางหนังสือหรือ Art Toy ตัวโปรดในบ้าน เราสามารถเอาชั้นวางของวางไว้ติดผนังเก็บมุมที่เสียงเดินทางเพื่อลดการสะท้อนของเสียงในบ้านได้ รวมถึงใช้เป็นฉากกั้นไม่ให้เสียงเดินทางไปมาระหว่างห้องสู่ห้อง 
  • ใช้แผ่นดูดซับเสียงแบบติดตั้งง่าย : แผ่นดูดซับเสียงหรือ Acoustic Panel ถูกออกแบบมาเพื่อลดเสียงสะท้อนโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือมุมอัดเสียงในบ้าน ควรติดตั้งในตำแหน่งที่เสียงสะท้อนมาก เช่น ผนังด้านข้างหรือผนังตรงข้ามแหล่งกำเนิดเสียง ทั้งนี้ แผ่นดูดซับเสียงจะไม่สามารถกันเสียงทะลุผนังได้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดเสียงในบ้าน (FAQ)


  1. วิธีไหนเห็นผลเร็วที่สุดในการลดเสียงในบ้าน : วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการลดเสียงสะท้อนภายในห้อง เพราะทำได้ทันที และไม่ต้องรื้อโครงสร้าง เช่น การเพิ่มผ้าม่านเนื้อหนา ปูพรม หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม วิธีเหล่านี้ช่วยให้เสียงในห้องไม่ก้อง ไม่แข็ง และรู้สึกเงียบลงอย่างชัดเจน ส่วนการลดเสียงจากภายนอก เช่น เสียงรถหรือเสียงข้างบ้าน วิธีที่เห็นผลเร็ว และคุ้มค่าคือการ อุดช่องว่างรอบประตู และหน้าต่าง เพราะเสียงมักเล็ดลอดผ่านจุดเหล่านี้มากกว่าผนัง
  2. สามารถทำเองได้ไหม และต้องใช้งบประมาณเท่าไร : การลดเสียงในบ้านระดับพื้นฐานสามารถทำเองได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องใช้ช่างเฉพาะทาง อุปกรณ์ส่วนใหญ่หาซื้อได้ทั่วไป และติดตั้งง่าย งบประมาณขึ้นอยู่กับขนาดห้อง และวิธีที่เลือก โดยสามารถเริ่มต้นตั้งแต่ หลักร้อยบาท สำหรับการอุดช่องว่าง ไปจนถึง หลักพัน–หลักหมื่นบาท หากเพิ่มวัสดุซับเสียงหลายจุดในห้องเดียว
  3. หากไม่รีโนเวทบ้าน จะลดเสียงได้จริงแค่ไหน : หากไม่ปรับโครงสร้างบ้าน จะไม่สามารถกันเสียงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเสียงดังจากภายนอก เช่น รถหรือการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม สามารถลดระดับความรบกวนได้อย่างชัดเจน เสียงที่เข้ามาจะเบาลง เสียงภายในบ้านจะนิ่งขึ้น และไม่สะท้อนก้อง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยทั่วไป การทำงาน หรือการพักผ่อน โดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือรื้อบ้าน


บ้านจะน่าอยู่มากขึ้นทันทีเมื่อเสียงถูกรบกวนน้อยลง แม้ไม่รื้อบ้านหรือรีโนเวทบ้าน การเลือกจัดการเสียงจากต้นทาง และลดการสะท้อนภายในพื้นที่ ก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้สงบ และเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะกับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องใช้งบประมาณหรือการปรับบ้านครั้งใหญ่


เสียงรบกวนอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด หากวันหนึ่งคุณต้องการขยับขยายพื้นที่ ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือรีโนเวทบ้านเพื่อแก้ปัญหาเสียงรบกวนในระยะยาว ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมสนับสนุนทุกความฝันเรื่องบ้าน ด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ช่วยให้คุณวางแผนสร้างบ้านที่เงียบ สบาย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในทุกช่วงเวลา


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ


ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000