บ้านแบบไหนถึงจะเวิร์กจริงสำหรับคนทำงานกลางคืน

  1. บ้านแบบไหนถึงจะเวิร์กจริงสำหรับคนทำงานกลางคืน

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 27/2/2569

คนทำงานในวงการ Creative Company รู้กันว่าช่วงเวลากลางคืนเป็นเหมือน Night Club ที่เปิดประตูเข้าไปมีความคิดสร้างสรรค์รอเอามาใช้ในการทำงานสนุก ๆ อยู่เพียบ แถมวิทยาศาสตร์ก็ยังอธิบายเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน เวลากลางคืนสมองของเราจะหลั่งสารเมลาโทนินปริมาณเล็กน้อยทำให้ผ่อนคลายในการทำงาน ไปจนถึงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของวันที่เราจะเหนื่อยนิด ๆ ทำให้การควบคุมตัวเองลดลง และผุดความคิดน่าเหลือเชื่อออกมา เป็นต้น บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเอาใจคนทำงานตอนดึก เราจะพาไปดูกันว่าแล้ว ‘บ้าน’ แบบไหนกันล่ะ ที่จะตอบโจทย์กับชีวิตของคนทำงานกลางคืนได้ดีที่สุด


ความท้าทายในการอยู่อาศัยของคนทำงานกลางคืน


แสงแดด และกิจกรรมของคนในบ้าน : โดยปกติคนเราจะจัดห้องนอนให้อยู่ทิศตะวันออกหรือทิศเหนือเพื่อที่แสงในตอนเช้าจะเข้ามาปลุกให้ตื่นไปทำงาน และในช่วงเย็นห้องจะไม่กักเก็บความร้อนจนเกินไป แต่ว่าสำหรับคนทำงานกลางคืนที่ต้องการใช้เวลานอนในยามเช้า และไม่ต้องการให้แสงแดดมารบกวน จำเป็นที่จะต้องปรับผังให้ห้องนอนอยู่ในทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่แสงพาดเข้ามาในช่วงบ่ายแทน


เสียงดังในช่วงเช้า–กลางวัน : เนื่องจากว่าคนทำงานกลางคืนจำเป็นจะต้องการความเงียบในตอนเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนทั่วไปเริ่มใช้ชีวิตเป็นปกติ นอกจากที่จะต้องให้ห้องนอนไปอยู่ในจุดห่างจากห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น อาจจะเป็นห้องที่อยู่ชั้น 2 แล้ว ก็ควรตั้งเตียงนอนห่างออกจากประตูห้องเพื่อไม่ให้เสียงคนเดินไปมาที่ทางเดินรบกวน


องค์ประกอบของบ้านที่เวิร์กจริงสำหรับคนทำงานกลางคืน



ห้องนอนที่ปิดแสงได้สนิท : นอกจากที่ห้องนอนของคนทำงานกลางคืนไม่ควรมีสิ่งรบกวนอย่าง โคมไฟหัวเตียง ที่ทำให้แสงแยงตา และเป็นเหมือนตัวต่อเวลาพาให้เตียงนอนกลายเป็นโต๊ะทำงานต่อได้ทันทีเมื่อเราเปิดไฟเอาไว้ และทีวี อุปกรณ์รบกวนการนอนจากการพักผ่อนจริง จากนั้นสิ่งที่ควรจัดการสำหรับห้องคนทำงานกลางคืนคือเรื่องของแสง เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกผ้าม่านให้ถูกต้อง ซึ่งควรจะเป็นผ้าม่าน 2 ชั้น ผ้าที่ช่วยกรองแสง + ผ้าทึบช่วยกันแสงจากภายนอก 


การจัดการเสียงรบกวน : แค่ตำแหน่งห้องนอนในบ้านอาจจะยังไม่พอในการหลีกเลี่ยงจากเสียงรบกวน สำหรับคนที่นอนหลับได้ยากแต่ตื่นง่าย สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้แผ่น Acoustic Foam ดูดซับเสียง การซีลช่องว่างของประตู และหน้าต่างที่เสียงจะลอดเข้ามาได้ ไปจนถึงการวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องเพื่อกันเสียงสะท้อน


ระบบปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิได้ดี : การเลือกแอร์ก็สำคัญ ควรเลือกไซส์การทำงานของ BTU ที่เหมาะกับห้อง เพื่อไม่ให้เย็นเกินไปหรือว่าเย็นไม่พอ และห้ามติดตั้งเอาไว้ที่หัวเตียงเพราะว่าลมจะตกที่ศรีษะเกิดอาการป่วยได้ในที่สุด


แสงภายในบ้านที่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต : เพราะว่าคนทำงานกลางคืน จะทำงานในห้องที่มืด หมายความว่าต้องการแสงที่เพียงพอเพื่อไม่ให้เป็นผลเสียต่อร่างกาย เมื่อไม่มีแสงธรรมชาติช่วย จึงจำเป็นต้องติดตั้งไฟอย่าง Dimmer Switches ที่ช่วยให้ควบคุมความสว่าง และอุณหภูมิได้ และให้เลือกใช้ไฟ Warm light ที่ให้ความสว่างถนอมสายตา


ผังบ้าน และการจัดพื้นที่ให้เหมาะกับกะกลางคืน


แยกโซนนอนกับโซนกิจกรรม : ถ้าให้ดีที่สุดของการทำงานกลางคืนคือห้องนอนกับห้องทำงานควรอยู่แยกจากกัน อย่างแรกเพื่อสร้างสมาธิไม่ให้ช่วงเวลานอนกับช่วงเวลาทำงานตีกัน ควรชัดเจนไปเลยว่าห้องนอนมีฟังก์เพื่อพักผ่อนเท่านั้น และห้องทำงานก็ต้องมีฟังก์ชันเพื่อแค่คิดงาน แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องอยู่ในห้องเดียวกัน ก็ต้องแบ่งโซนทั้ง 2 อย่างนี้ในมุมห้องให้ชัดเจน


พื้นที่เตรียมตัวก่อนออกไปทำงานตอนกลางคืน : ห้องนอนที่ที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานข้างนอกตอนกลางคืนห้องที่เรียกว่า Clean Room ตั้งแต่การแต่งห้องที่รู้สึกสบายตา จากการใช้โทนสีฟ้าหรือสีเขียว การไม่วางเฟอร์นิเจอร์รกจนยุ่งเหยิง การติดตั้งแสงที่นุ่มนวล และไม่วางในตำแหน่งที่แยงตา เพราะว่าห้องนอนห้องนี้จะเป็นที่ที่คุณกลับมาแล้วพร้อมพักผ่อนแบบทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม


ทำเลบ้านที่เหมาะกับคนทำงานกลางคืน


ถนนไม่พลุกพล่านช่วงกลางวัน : อันดับ 1 ของที่อยู่อาศัยสำหรับคนทำงานกลางคืนก็ต้องตอบโจทย์ในเรื่องของย่านที่ในช่วงกลางวันผู้คนไม่ได้แออัดมาแย่งกันใช้ชีวิตจนเกินไป 


หลีกเลี่ยงแหล่งเสียงดังในเวลากลางคืน : ในเวลากลางคืนก็ต้องไม่ใช่แหล่งของสถาบันเทิงซึ่งเต็มไปด้วยเสียงดังจนไม่สามารถทำงานได้


ความปลอดภัยยามค่ำคืน : ทำเลของบ้านจะต้องไม่ใช่ซอยหรือพื้นที่เปลี่ยวที่ไร้ผู้คนหรือแสงไฟส่องไม่ถึง เพราะว่าเราไม่ได้แค่ทำงานกลางคืน แต่ว่าอาจจะกลับถึงบ้านในช่วงเวลาที่มืดแล้วด้วย และถ้าเป็นหอหรือคอนโดก็ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบ ไม่ว่าจะระบบคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด มีรปภ.ตลอดเวลา


บ้านเช่า คอนโด หรือบ้านเดี่ยว แบบไหนเหมาะกว่า



ข้อดี–ข้อจำกัดของแต่ละประเภท : คำถามสำคัญคือ “แล้วคนทำงานตอนกลางคืนควรมีบ้านหรือคอนโด ?” ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อดี และข้อจำกัดที่ต่างกัน ถ้าเป็น ‘บ้าน’ หรือแม้แต่บ้านเช่า คุณก็จะได้พื้นที่ส่วนตัวที่เป็นของตัวเอง มีพื้นที่มากกว่า รวมไปถึงหากเป็นงานอย่าง Music Production หรือ Content Creator ที่ต้องใช้เสียงดังในเวลากลางคืนก็สามารถใช้เสียงได้มากเป็นพิเศษ แต่ก็มาพร้อมกับการดูแลที่มากขึ้น กลับกัน ‘คอนโด’ โครงการมักจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการเดินทางในเมือง และมาพร้อมด้วย Condo Property อย่างฟิตเนส สระว่ายน้ำ หรือ Co-working space ที่ช่วยให้รีแลกซ์ต่อความคิดสร้างสรรค์ในเวลากลางคืนได้มากขึ้น และเพราะว่าเป็นพื้นที่ขนาดเล็กจึงต้องการความดูแลที่น้อยกว่าด้วย


การเลือกบ้านให้เหมาะกับงบ และไลฟ์สไตล์ : ไม่ว่าจะเลือกบ้านเช่า คอนโด หรือว่าบ้านเดี่ยว สิ่งสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องที่อยู่อาศัยเลยคือ “ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร ?” ถ้าเป็นคนโสดอยู่คนเดียวแค่คอนโดก็น่าจะเพียงพอ แต่หากมีครอบครัวอยู่กันหลายคน และเลี้ยงสัตว์ บ้านก็ย่อมจะตอบโจทย์กว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมาดูเรื่องงบประมาณ และค่าใช้จ่ายแฝง ซึ่งคอนโดก็จะมีค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายทุกปี แต่ว่าบ้านก็มีค่าบำรุงรักษาไม่ว่าจะเรื่องไฟ ประปา หรือซ่อมจุดต่าง ๆ เหมือนกัน 


ปรับบ้านเดิมให้เข้ากับการทำงานกลางคืน : สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้าน บ้านเช่า หรือคอนโดจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่ากัน หัวใจหลักของการสร้างพื้นที่ซึ่งเหมาะกับการทำงานตอนกลางคืน ก็คือคำว่า ‘ความเป็นส่วนตัว’ เพราะช่วงเวลากลางคืนไม่ว่าจะคนที่นอนหลับหรือว่าตื่นอยู่ เราต่างต้องการความเงียบเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ต่างกัน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนทำงานตอนกลางคืน อย่าลืมมองห้องทำงานที่ใช้อยู่ แล้วปรับให้ตอบโจทย์กับการทำงานจริง เชื่อว่างานที่ทำออกมาจะดีขึ้นทันตาเห็นเลย


สำหรับคนทำงานกลางคืน บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ฟื้นฟูร่างกาย และความคิด การเลือกบ้านที่ดีควรช่วยตัดโลกภายนอก ในเวลาที่คุณต้องพัก และเปิดพื้นที่ให้โฟกัสในเวลาที่ต้องทำงาน เมื่อสภาพแวดล้อมไม่ฝืนจังหวะชีวิต ความเหนื่อยล้าจะลดลง สุขภาพดีขึ้น และการใช้ชีวิตในกะกลางคืนก็จะยั่งยืนในระยะยาว


ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้าใจว่าการมีบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี จึงพร้อมสนับสนุนการมีบ้านในแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ด้วยสินเชื่อสำหรับซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง รวมถึงวงเงินเพื่อปรับปรุงต่อเติมที่อยู่อาศัย ให้คุณออกแบบพื้นที่ได้ตามต้องการ ภายใต้เงื่อนไขที่ยืดหยุ่น และวางแผนได้อย่างมั่นใจ 


หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ


ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000