
สร้างบ้านเย็นสบาย ไม่ต้องง้อแอร์: เทคนิคเลือกวัสดุก่อสร้างลดความร้อน
ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย การสร้างบ้านที่เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอดเวลานับเป็นความปรารถนาของใครหลายคน การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและลดความร้อนจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อสร้างบ้านที่เย็นสบายอย่างยั่งยืนและประหยัดพลังงานในระยะยาว
1. ผนัง: ปราการด่านแรกของการป้องกันความร้อน
- อิฐมวลเบา: ฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง: ด้วยโครงสร้างพรุนอากาศภายใน อิฐมวลเบาเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีเยี่ยม ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ทำให้บ้านเย็นสบายและประหยัดค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก
- อิฐบล็อก: ทางเลือกที่คุ้มค่า: ช่องว่างภายในอิฐบล็อกก็มีส่วนช่วยในการเป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้ผนังที่ก่อด้วยอิฐบล็อกสามารถลดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ดีกว่าอิฐมอญ
- ผนังสำเร็จรูปพร้อมฉนวน: ติดตั้งรวดเร็ว ประหยัดพลังงาน: ผนังสำเร็จรูปที่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนมาพร้อมสรรพ เป็นทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วในการก่อสร้าง พร้อมทั้งมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน
- ผนังดิน: วัสดุธรรมชาติเย็นสบาย: ผนังดินเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้บ้านเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติ
2. หลังคา: เกราะป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์
- กระเบื้องหลังคาสีอ่อน: สะท้อนความร้อนได้ดีเยี่ยม: การเลือกใช้กระเบื้องหลังคาสีอ่อนจะช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ออกไปได้มากกว่าสีเข้ม ลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง
- กระเบื้องหลังคาที่มีฉนวน: เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน: กระเบื้องหลังคาที่มีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนมาพร้อม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง
- แผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคา: ลดความร้อนสะสม: การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาจะช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ออกไปก่อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน
- หลังคาเขียว (Roof Garden): พื้นที่สีเขียวลดความร้อน: การปลูกพืชบนหลังคาไม่เพียงแต่ช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน แต่ยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบบ้านอีกด้วย
3. ฉนวนกันความร้อน: หัวใจสำคัญของการบ้านเย็น
- ฉนวนใยแก้ว: เป็นฉนวนที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ราคาไม่สูง ติดตั้งง่าย และมีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนได้ดี
- ฉนวนใยหิน: มีคุณสมบัติทนไฟได้ดี และมีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนสูง
- ฉนวนโพลียูรีเทนโฟม (PU Foam): มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนสูง น้ำหนักเบา แต่ราคาสูงกว่าฉนวนใยแก้วและใยหิน
- ฉนวน EPS (Expanded Polystyrene): หรือโฟมขาว มีราคาถูก น้ำหนักเบา แต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนน้อยกว่าฉนวนชนิดอื่น
4. ประตูและหน้าต่าง: ปิดกั้นความร้อนจากภายนอก
- ประตูและหน้าต่าง UPVC: มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงได้ดี ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านช่องเปิด
- กระจก Low-E (Low Emissivity): เคลือบผิวด้วยสารพิเศษที่ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านกระจก ทำให้บ้านเย็นสบายและประหยัดพลังงาน
- ฟิล์มกรองแสง: ติดตั้งบนกระจกเพื่อช่วยลดความร้อนและแสงจ้าที่ส่องเข้ามาในบ้าน
5. การออกแบบและการวางผังบ้าน:
นอกจากการเลือกใช้วัสดุแล้ว การออกแบบและการวางผังบ้านก็มีส่วนสำคัญในการทำให้บ้านเย็นสบาย การวางตำแหน่งบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางลมและแสงแดด การมีช่องเปิดที่เพียงพอสำหรับการระบายอากาศ และการปลูกต้นไม้เพื่อบังแดด ก็เป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกแบบบ้านที่ดี จะช่วยให้คุณได้บ้านที่เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา เป็นการสร้างบ้านที่ยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ในสภาพอากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย การสร้างบ้านที่เย็นสบายและประหยัดพลังงานเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน และการออกแบบบ้านที่เหมาะสม จะช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายอย่างยั่งยืน ลดค่าใช้จ่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง สำหรับท่านที่กำลังวางแผนสร้างบ้านเย็นสบายในฝัน ธอส.มีสินเชื่อบ้าน เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือต่อเติมซ่อมแซม ที่จะทำให้การปรับปรุงบ้านของคุณเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษและเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ให้คุณสามารถเลือกแผนการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของคุณ
หากคุณสนใจใช้สิทธิ์ยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองกับ ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่
เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านที่คอยให้คำแนะนำ พร้อมเปรียบเทียบและหยิบยื่นข้อเสนอด้านสินเชื่อที่ดีที่สุดให้กับคุณ ติดต่อเราได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ติดตามข้อมูลข่าวสารดีดีเพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th
ติดต่อ G H BANK Call Center : 02 645 9000