ติดตั้ง EV Charger ที่บ้านได้อย่างไร? ต้องขออนุญาตหน่วยงานไหนหรือไม่?

  1. ติดตั้ง EV Charger ที่บ้านได้อย่างไร? ต้องขออนุญาตหน่วยงานไหนหรือไม่?

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 31/8/2566

กระแสรถที่มาแรงที่สุดในยุคปัจจุบันนี้คือ รถยนต์ไฟฟ้า หลายคนตัดสินใจมองหารถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานเพราะทั้งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และที่สำคัญเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนเข้ากับแนวคิด ESG โครงการบ้านใหม่ ๆ หลายแห่งจึงพากันมี EV Charger มาให้พร้อมกับตัวบ้าน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ “การติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน” สำหรับบ้านที่ไม่ได้ทำผ่านโครงการจะต้องทำอย่างไร? จำเป็นต้องขออนุญาตหน่วยงานไหนหรือไม่? มาหาคำตอบได้เลย

 

สำหรับบ้านที่โครงการไม่ได้ติดตั้ง EV Charger มาให้สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้านครหลวง” เพื่อทำการประเมินและตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และอย่าลืมว่าหากอยู่ในโครงการหมู่บ้านจำเป็นต้องแจ้งนิติบุคคลทุกครั้ง

 

หลังจากนั้นก็เข้าสู่การเตรียมตัวเพื่อติดตั้ง ซึ่งต้องตรวจสอบความพร้อมโดยผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิค คือ เช็กมิเตอร์ไฟ ตรวจสอบสายเมน ติดตั้งตู้ควบคุมไฟฟ้า เสริมอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว เลือกหัวชาร์จ กำหนดตำแหน่งที่ตั้ง ค้นหาบริษัทที่เชื่อถือได้

 

มิเตอร์ไฟฟ้ารองรับ EV Charger เพียงพอหรือไม่?

ก่อนอื่นต้องเช็กขนาดมิเตอร์ บ้านโดยทั่วไปมักเป็น Single Phase 15(45)A หรือเรียกง่ายๆ ว่า 15 แอมป์ หรือบางบ้านอาจมีเตอร์แค่ Sigle-Phase 5(15)A หรือแค่ 5 แอมป์เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอกับการติดตั้ง EV Charger ที่จะใช้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากต้องการกำลังไฟสูงถึง 32A หากชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมกับการใช้ไฟปกติ จะทำให้กำลังไฟไม่เพียงพอ มีโอกาสที่จะเกิดการใช้ไฟเกิน หรือ Overload ส่งผลให้เบรกเกอร์ทริปและไฟฟ้าภายในบ้านดับลงได้ เพื่อรองรับการใช้ EV Charger ที่บ้านสามารถทำได้ 2 กรณี คือ

 

1. เพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเปลี่ยนให้ขนาดมิเตอร์เป็น 30 แอมป์ขึ้นไปคือ Sigle-Phase 30(100)A สำหรับ 3-Phase 30(100)A หรือ 50(150)A

 

2. ขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 สำหรับ EV Charger สำหรับใครที่ไม่สะดวกปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 เช่นเดียวกับการติดตั้งมิเตอร์ใหม่ แต่ไม่จำกัดว่าต้องมีขนาดและประเภทเดียวกับมิเตอร์ไฟฟ้าลูกแรก

 

สายไฟเมนเข้าบ้านต้องใหญ่เพียงพอ

สายเมนที่ต่อจากสายไฟหลักเพื่อเข้ามาในบ้านต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับกำลังไฟรวมของบ้านได้ โดยต้องมีเสถียรภาพและความปลอดภัย โดยมีขนาดสายไฟอยู่ที่ 25 ตารางมิลลิเมตรหรือ 50 ตารางมิลลิเมตร และตู้ Main Circuit Breaker (MCB) ควรใช้ตู้ที่รองรับกระแสไฟได้สูงสุดไม่เกิน 100 แอมป์ ซึ่งการเพิ่มขนาดมิเตอร์ยังต้องมีการปรับปรุงสายไฟภายในบ้าน รวมถึงตู้ Consumer Unit และเมนเบรกเกอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 

ในกรณีที่มีการติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 สามารถเดินสายเมนที่สองจากมิเตอร์ลูกใหม่ไปยังจุดติดตั้งได้โดยตรง

 

ตู้ควบคุมไฟฟ้าคือส่วนสำคัญ

ตู้ควบคุมไฟฟ้า Miniature Circuit Braker (MCB) เป็นเบรกเกอร์ที่ใช้สำหรับอุปกรณ์ EV Charger โดยเฉพาะ ถ้าให้ตู้ควบคุมไฟฟ้าไม่มีที่เหลือ ต้องแยกตู้ออกมาต่างหากเพื่อใช้ควบคุมเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า

 

อุปกรณ์เสริมตัดไฟรั่ว

Residual Current Device (RCD) เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่ตรวจจับและตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าออกไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของไฟฟ้าลัดวงจร นับเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ดีมากๆ ตัวหนึ่ง

 

เลือกหัวชาร์จให้ตรงกับรถที่ต้องใช้

รู้หรือไม่? หัวชาร์จไฟฟ้าสำหรับ EV Charger มีให้เลือกถึง 3 แบบ แต่ละแบบอาจไม่ได้เหมาะกับความต้องการของคุณก็ได้

 

1. Quick Charger เป็นหัวชาร์จแบบ DC เน้นการชาร์จแบบรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 40-60 นาที ก็สามารถชาร์จได้ 0-80% แล้ว นิยมใช้ตามสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่นิยมติดตั้งเพื่อใช้ในบ้าน

 

2. Double Speed Charge  หรือเครื่องชาร์จ Wall Box / Ev Charger เป็นการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ นิยมใช้กับไฟบ้านทั่วไป แต่ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งการชาร์จจากตู้ติดผนัง สามารถทำได้รวดเร็วกว่าการต่อจากเต้ารับภายในบ้านโดยตรง

 

3. การชาร์จไฟฟ้าแบบธรรมดาด้วยชุดอุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับรถ แม้ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม แต่การชาร์จก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมงจึงจะชาร์จเต็ม 100%

 

ตำแหน่งที่ตั้งในการติดตั้งเครื่องชาร์จ

การติดตั้งเครื่อง EV Charger ควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

●     ระยะห่างระหว่างจุดติดตั้งเครื่องชาร์จจนถึงจุดที่เสียบเข้ากับตัวรถที่จอด ไม่ควรเกิน 5 เมตร เนื่องจากข้อจำกัดของสาย EV Charger

●     ลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟด้วยการติดตั้งใกล้กับตู้เมนไฟฟ้า

●     หลีกเลี่ยงจุดที่ต้องโดนแดดโดนฝน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

 

ค้นหาบริษัทที่เชื่อถือได้

เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ต้องขอดูใบอนุญาตในการติดตั้งจากบริษัทรับติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Charger หากไม่ได้มาพร้อมทีมติดตั้งจากบริษัทที่ให้บริการรถ

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้าน คอนโด และมีความสนใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า อย่าลืมว่า “EV Charger” ก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา แต่อย่าทำให้เรื่องนี้กลายเป็นอุปสรรคในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เพราะปัญหาทุกอย่างมีทางออก

 

 

แหล่งอ้างอิงจาก :

https://www.egat.co.th/home/save-energy-for-all-20230102/

https://www.mea.or.th/public-relations/press-media/infographics/W9Yzsy6Ja

https://www.autospinn.com/2023/05/home-ev-charger-94980