อยากซื้อแอร์ให้ช่วยประหยัดไฟในบ้านต้องรู้เคล็ดลับเหล่านี้ไว้

  1. อยากซื้อแอร์ให้ช่วยประหยัดไฟในบ้านต้องรู้เคล็ดลับเหล่านี้ไว้

หมวดหมู่: ดูแลบ้าน วันที่เผยแพร่: 21/10/2567

ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยอันแสนร้อนอบอ้าวแทบตลอดปี ตัวช่วยคลายร้อนที่แทบทุกบ้านต้องมีใช้คงหนีไม่พ้น “แอร์” หรือ “เครื่องปรับอากาศ” เพื่อทำให้อุณหภูมิในบ้านลดลง สามารถอยู่อาศัยได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องทนร้อน อย่างไรก็ตามทุกคนรู้ดีว่าแอร์คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากพอสมควร ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อจึงต้องรู้เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณมีแอร์ที่เหมาะสมกับบ้าน ประหยัดค่าไฟแต่ยังคงมาพร้อมกับความเย็นสบาย

เลือกประเภทแอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ใช้งาน

ปัจจุบันแอร์มีด้วยกันหลายประเภทซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อพื้นที่การใช้งานและจุดประสงค์การใช้แตกต่างกันออกไป จึงต้องเลือกให้เหมาะสม

  • แอร์ติดผนัง (Wall Type) ประเภทแอร์บ้านที่ได้รับความนิยมมากสุด ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์โดดเด่น นิยมใช้กับขนาดห้องพื้นที่ไม่มาก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือในคอนโด
  • แอร์แขวนใต้ฝ้า (Ceiling Type) ขนาดจะใหญ่กว่าแอร์ติดผนัง ช่วยกระจายลมได้ดีกว่า การติดตั้งมักยึดบริเวณฝ้าเพดาน เหมาะกับพื้นที่ขนาดกลางถึงใหญ่ หรือบริเวณที่มักมีคนอยู่เยอะ ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น ออฟฟิศ
  • แอร์ฝังเพดาน (Duct Connected Type) จะมีการเดินระบบท่อลมเปลือยบนฝ้าเพดาน จากนั้นจึงมีการเจาะช่องเพื่อปล่อยความเย็น ส่วนตัวแอร์กับท่อมักถูกฝังในผนังหรือฝ้า ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับห้องขนาดปานกลางถึงใหญ่ เช่น ห้องรับแขก ห้องประชุม
  • แอร์แบบ 4 ทิศทาง (4 Ways Ceiling Cassette Type) เป็นแอร์ขนาดใหญ่ซึ่งตัวเครื่องจะถูกฝังบนฝ้า ปล่อยลมได้ 4 ทิศทาง ความเย็นกระจายทั่วถึง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่มากหรือมีคนเยอะ เช่น ห้องโถงใหญ่ โรงแรม ร้านอาหารขนาดใหญ่

ต้องคำนวณขนาด BTU ของแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง

ค่า BTU หรือ British Thermal Unit  คือ หน่วยวัดค่าพลังงานความร้อนตามมาตรฐานสากล เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับแอร์จึงให้ความหมายได้ว่า ประสิทธิภาพในการทำความเย็นและถ่ายเทความร้อนให้ออกจากห้องในระยะเวลา 1 ชม. ซึ่ง 1 BTU เทียบเท่ากับความร้อน 1 ปอนด์ การเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะสมกับขนาดห้องจึงช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ดี หลักการคำนวณจะเป็น

BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ตัวแปรความร้อน 

ซึ่งตัวแปรความร้อนแบ่งเป็น ห้องมีความร้อนน้อย 800-850 และห้องมีความร้อนสูง 900-1,000 เมื่อคำนวณออกมาแล้วก็จะได้ขนาด BTU แอร์ที่เหมาะสม

สังเกตฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และ ค่า SEER (EER) สูง

สุดท้ายให้เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รับรอง หมายถึงแอร์เครื่องดังกล่าวผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานตามมาตรฐานของ กฟผ. ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าประหยัดไฟจริง ขณะที่ค่า SEER หรือ ค่า EER จะเป็นค่าประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานของแอร์ ยิ่งตัวเลขสูงเท่ากับประหยัดมากขึ้น

นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับการเลือกซื้อแอร์ให้ประหยัดไฟ ได้ทั้งความเย็นและไม่ต้องจ่ายค่าไฟแพง ๆ ทุกเดือน ส่วนใครกำลังมองหาสินเชื่อเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในการอยู่อาศัยแนะนำ “สินเชื่อพร้อมใช้” จาก ธอส.  หรือมีโครงการติดตั้ง Solar Roof แนะนำ “สินเชื่อ Solar Roof” จาก ธอส.  คำตอบที่จะทำให้บ้านในฝันของคุณเป็นจริงไม่ยาก

หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่

หรือติตด่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center :  0-2645-9000